การเก็บเมล็ดพันธุ์
ในฐานะศูนย์เมล็ดพันธุ์ เราเก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์หายากและพันธุ์พื้นเมืองจากทั่วประเทศไทยและทั่วโลก นำมาขยายพันธุ์ที่ฟาร์ม และเมื่อมีจำนวนเพียงพอก็แจกจ่ายให้แก่สาธารณะ เราเป็นธนาคารเมล็ดพันธุ์ที่มีชีวิต หมายความว่าเราไม่ได้แค่เก็บเมล็ดไว้เฉยๆ แต่ปลูกและแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สายพันธุ์เหล่านั้นยังคงหมุนเวียนอยู่ในมือของผู้คน
เราเป็นศูนย์เมล็ดพันธุ์ขนาดเล็กที่ปลูกและขยายพันธุ์เท่าที่ทำได้ แต่สิ่งที่เราอยากทำมากกว่านั้นคือการส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ปลูกคนอื่นๆ ทำแบบเดียวกัน เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะรวบรวมทุกสายพันธุ์ไว้ที่ศูนย์ของเรา แต่อยากค่อยๆ สร้างเครือข่ายของผู้คนที่ปลูกและเก็บเมล็ดพันธุ์กันเองอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการทำงานขยายพันธุ์พืชเพื่อเมล็ดพันธุ์ เราก็ทำงานเพื่อขยายแนวคิดในการนำการเก็บเมล็ดพันธุ์กลับคืนสู่วิถีชีวิตของเกษตรกรและผู้ปลูกทั่วไปด้วย เราเชื่อว่านี่คือหนทางที่แท้จริงในการฟื้นฟูความหลากหลายของอาหารที่เรากิน ที่ฟาร์มเราให้ความสำคัญกับการปลูกเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์เป็นอันดับแรก รองลงมาคือเพื่อบริโภคเองและสำหรับผู้ที่มาเยี่ยมหรือเข้าร่วมโปรแกรมที่ฟาร์ม และอันดับสามคือส่วนที่เหลือจะแจกให้ นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ หรือจำหน่าย
เพราะเราเชื่อว่าการที่ผู้ปลูกมีทักษะการเก็บเมล็ดพันธุ์อยู่ในมือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสืบทอดวิถีปฏิบัตินี้ต่อไป เราจึงได้จัดทำคู่มือการเก็บเมล็ดพันธุ์ที่อธิบายกระบวนการคัดเลือก ดูแล และเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์สำหรับผู้ปลูกทั่วไป โดยใช้ภาพประกอบและขั้นตอนที่เข้าใจง่าย คู่มือนี้มีให้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน และรายได้ทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนโปรแกรมเก็บเมล็ดพันธุ์โดยตรง
หากคุณสนใจเมล็ดพันธุ์ สามารถส่งซองจดหมายติดแสตมป์พร้อมที่อยู่ของคุณ และระบุเมล็ดพันธุ์ที่สนใจมาที่
80/1 หมู่ 1 บ้านเป้า อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ ประเทศไทย 50150
หรือติดต่อทางโทรศัพท์ที่ 081-470-1461 หรืออีเมล punpun.farm@gmail.com
or contact us by phone at 081.470.1461 or by email at punpun.farm@gmail.com.
ทำไมต้องเก็บเมล็ดพันธุ์
คนมักจะถามเป็นประจำว่าทำไมต้องเก็บเมล็ดพันธุ์ ในเมื่อมีพันธุ์ดี ๆขายในร้านเต็มไปหมด คนส่วนมากไม่รู้ว่า พันธุ์ต่างๆในตลาดเป็นพันธุ์ผสม ถ้าเก็บเมล็ดไปปลูกต่อมันจะกลายพันธุ์ คุณภาพไม่เหมือนเดิม ขายไม่ได้ ไม่คุ้มทุน ทำให้ต้องซื้
พันธุ์ใหม่ทุกครั้งที่ปลูก และสิ่งหนึ่งที่คนทั่วไปไม่รู้คือ ราคาเมล็ดพันธุ์มันแพงมาก เมล็ดพันธุ์หลายชนิดมากที่ราคามากกว่าหมื่นบาทต่อกิโลกรัม และเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ถูกพัฒนามาให้โตเร็วผลผลิตสูง มันจึงกินอาหารเยอะกินน้ำเยอะและอ่อนแอมาก ทำให้คนปลูกลงทุนสูง โดยทั่วไป 60 % ของการลงทุนคือค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ค่ายาเคมี ในการปลูกแต่ละครั้ง นี่คือสาเหตุสำคัญของการเกิดหนี้สินของเกษตรกร
เมล็ดพันธุ์ผสมถูกส่งเสริมให้คนปลูกอย่างกว้างขวางทำให้ไม่มีใครปลูกพันธุ์ดั้งเดิมอีก พอคนเลิกปลูกแค่ 3 ปีพันธุ์ดั้งเดิมจะสูญพันธุ์ไปอย่างง่ายดาย คนไทยเคยมีข้าวหลายพันสายพันธุ์ แต่พอได้รับการส่งเสริมให้ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 เพื่อการส่งออกอย่างจริงจังคนไทยมีข้าวขายในตลาดไม่ถึง10 สายพันธุ์ในปัจจุบัน เราเคยมีปลาน้ำจืดทุกแม่น้ำมากกว่า 2,000 ชนิดเมื่อ40 ปีที่แล้ว แต่วันนี้คนไทยกินปลาน้ำจืดอยู่แค่ 3 พันธุ์ คือปลาดุก ปลานิล ปลาทับทิม เหตุการณ์ แบบนี้เกิดขึ้นกับพืชและสัตว์ทุกชนิดที่เป็นอาหารของเรา ความหลากหลายทางพันธุกรรมคือความมั่นคงของชีวิต เช่นสมัยก่อนชาวนาแต่ละครอบครัวจะปลูกข้าวมากกว่า 5 สายพันธุ์ เพราะบางพันธุ์ ทนแล้งได้ดี บางพันธุ์ทนน้ำท่วมได้ดี บางพันธุ์ทนโรคระบาดได้
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะมีข้าวกินเสมอ นั่นคือความมั่นคงของชีวิต แต่พอปลูกมะลิ 105 อย่างเดียวเพื่อที่จะขายให้ได้มากที่สุด พอเกิดฝนแล้ง น้ำท่วม หรือ โรคระบาด เราจะไม่เหลืออะไรเลย
การที่เราปลูกพืชน้อยชนิดก็ทำให้เรากินอาหารน้อยชนิดด้วย สมัยก่อนคนไทยคนหนึ่งกินผักเป็นร้อยชนิดต่อปี กินปลาเป็นร้อยชนิด กินข้าวเป็นสิบๆชนิดต่อปี เพราะแต่ละฤดูเราจะมีพืชผักหรืออาหารที่ต่างกันเสมอ แต่ปัจจุบันคนไทยกินข้าวไม่เกิน 2 ชนิด ผักไม่เกิน 5 ชนิดกินไก่พันธุ์เดียว กินหมูพันธุ์เดียวทั่วประเทศ หลายๆคนจะกินอาหารแค่ ข้าว ไก่ ไข่ และหมูทั้งปี หรือทั้งชีวิต การกินอาหารน้อยชนิดก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสูงมาก เพราะอาหารแต่ละอย่างมีสารอาหารที่ต่างกัน ข้าวแต่ละสายพันธุ์ก็มีสารอาหารต่างกัน ผักแต่ละอย่างมีรสชาติต่างกัน เช่นรสฝาด รสขม รสจืด รสเผ็ด รสมัน รสหวาน หรือกลิ่นต่างกัน สีต่างกัน นั่นหมายความว่าสารอาหารมันต่างกัน
การกินที่หลากหลายจึงทำให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน แต่ปัจจุบันเรากินน้อยชนิดมากและอาหารแทบทั้งหมดถูกปลูกและเลี้ยงมาแบบอุตสาหกรรม เร่งให้โตเร็ว ผลผลิตสูงด้วยเคมี ฮอร์โมน และยาปฏิชีวนะ ทำให้อาหารของเรามีรสจืดแทบทุกอย่างเพราะมันโตเร็วด้วยสารเร่งไม่มีสารอาหารพอ และยังมีเคมี ฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะตกค้างสูง ทำให้คนเจ็บป่วยโดยไม่มีเชื้อโรคสูงมากอย่างน่าตกใจ แต่คนส่วนมากจะไม่มีทางเลือกมากเพราะพันธุ์ดั้งเดิมหายไปเกือบหมดเหลือแต่พันธุ์ผสมในตลาด
การที่คนส่วนมากกินอาหารน้อยชนิดแต่กินเยอะก็มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก เช่นเมื่อคนทั้งประเทศกินแค่ ไก่ ไข่ กับหมู วันละ 3 มื้อ ทำให้ต้องถางป่า และใช้พื้นที่จำนวนมหาศาลเพื่อปลูกข้าวโพด ทำให้พืช และสัตว์อื่น ๆ สูญพันธุ์อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันการปลูกข้าวโพดจำนวนมากทำให้เกิดการเผาอย่างกว้างขวางเพื่อลดต้นทุนของคนปลูก การปลูก ข้าวโพดเป็นพืชเชิงเดี่ยวเป็นการทำลายหน้าดินอย่างกว้างขวาง ทำให้หน้าดินถูกกัดเซาะ ทำให้เกิดน้ำท่วม ดินถล่ม ฝนแล้งอย่างรุนแรง การสูญเสียความหลากหลายทางพันธุกรรมจะทำให้เกิดการล่มสลายของระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง และจะนำไปสู่การล่มสลายที่ไม่อาจแก้ไขได้
การสูญหายไปของความหลากหลายทางพันธุกรรมทำให้เกิดการผูกขาดเมล็ดพันธุ์ การผูกขาดเมล็ดพันธุ์คือการผูกขาดอาหาร การยึดครองอาหารคือการยึดครองชีวิตคน ในช่วงปฏิวัติเขียวเป็นต้นมากลุ่มทุนใหญ่ของโลกได้พยายามอย่างหนักในการลงทุนเพื่อยึดครองเมล็ดพันธุ์ให้ได้มากที่สุด ปัจจุบันกลุ่มทุนเหล่านี้เป็นเจ้าของเมล็ดพันธุ์ หรือเป็นเจ้าของอาหารในโลกนี้มากกว่า 80%
กลุ่มทุนเหล่านี้เขาพัฒนาและเป็นเจ้าของพันธุ์ข้าวโพด ถั่วเหลืองและข้าวสาลีเป็นหลัก และส่งเสริมให้คนปลูก แล้วเขาซื้อกลับ เอามาแปรรูปเป็นอาหารทุกอย่างในชีวิตของเรา และส่งเสริมให้ทุกคนกิน ทุกวันนี้คนส่วนมากบนโลกใบนี้ต้องกินข้าวโพด ถั่วเหลือง หรือข้าวสาลีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้บางคนจะบอกว่าไม่กินพืชเหล่านี้เลยแต่เขาก็กินโดยทางอ้อมทุกวัน เพราะมันอยู่ในอาหารแทบทุกอย่างที่เรากิน ไก่ ไข่ หมู เนื้อ ปลาต่าง ๆ ถูกเลี้ยงมาด้วยข้าวโพดและถั่วเหลืองเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ อาหารแปรรูป หรือทุกอย่างที่อยู่ในหีบห่อที่ขายในร้านค้าส่วนมากแล้วก็ทำจากข้าวโพด หรือข้าวสาลี หรือถั่วเหลือง อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง สามอย่าง
คนจำนวนมากกินอาหารพวกนี้ตั้งแต่เกิดจนโตทุกวันเพราะมันมีขายตลอดเวลาและราคาไม่แพง แล้วเขาก็กินอย่างอื่นไม่เป็นเลย นี่คือการฝึกให้คนกินแต่สิ่งที่เขาเป็นเจ้าของมัน ชีวิตของคนส่วนมากจึงอยู่ในมือของคนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งอย่างน่าตกใจ เพราะคนส่วนมากจะรู้สึกว่าชีวิตไม่มีทางเลือก มันต้องเป็นแบบนี้แหละ แล้วเขาก็ครอบงำชีวิตคนทั้งโลกได้อย่างเบ็ดเสร็จ
กลุ่มบริษัทเหล่านี้ยังมีอำนาจเหนือรัฐบาลทั่วโลก แล้วเขาก็ผลักดันให้รัฐต่างๆ ออกกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช เพื่อให้การยึดครองเมล็ดพันธุ์ หรือการปล้นอาหารของโลกเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย และรัฐก็จะใช้เจ้าหน้าที่ของรัฐคอยปกป้อง เฝ้าระวังไม่ให้ใครมาเอาพันธุ์ของเขาไปปลูกโดยไม่ได้ซื้อ ใครละเมิดจะถูกเจ้าหน้าที่รัฐจัดการจับกุมลงโทษอย่างจริงจัง
วันนี้เกษตรกรส่วนมากไม่ได้เก็บเมล็ดพันธุ์เองอีกแล้ว เขาซื้อเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยาเคมี จากบริษัททุกครั้งที่ปลูก เนื่องจากราคามันแพงมากทำให้เกษตรกรไม่มีเงินพอในการลงทุนทำเกษตร จึงเกิดระบบเกษตรพันธสัญญาขึ้นอย่างกว้างขวาง
บริษัทเมล็ดพันธุ์จะมีตัวแทนกระจายอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ ใครอยากปลูกก็ไปเอาเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยาจากตัวแทนมาก่อน ตอนเก็บเกี่ยวผลผลิตก็เอาไปขายให้ตัวแทน และก็หักกลบลบหนี้กันตอนขาย ระบบเกษตรพันธสัญญามันง่ายและสะดวกกับเกษตรกรมาก ไม่ต้องมีเงินลงทุนก็ทำเกษตรได้ ตอนขายก็ไม่ต้องกังวลเพราะเขารับซื้ออยู่แล้ว แต่ปัญหาคือราคาผลผลิตบริษัทเป็นคนกำหนด ซึ่งต่ำมากจึงทำให้เกิดหนี้สินผูกพันได้ง่ายมาก ยิ่งปลูกหลายรอบหนี้สินก็จะมากขึ้น พอมีหนี้สินมากจะหยุดปลูกก็ไม่ได้เพราะไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ ก็เลยเป็นพันธสัญญาที่ทำให้เกษตรกรกลายเป็นทาสบนผืนนาของตัวเอง จะหยุดก็ไม่ได้จะทำต่อไปก็มองไม่เห็นทางออก ในอินเดียมีชาวนาที่อยู่ในวงจรนี้ฆ่าตัวตายเฉลี่ยวันละ สองคน และคนที่เครียดกลุ้มจนเป็นปัญหาทางจิตอีกมากมาย
เมื่อเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านหายไป เมื่อเกษตรกรไม่มีเมล็ดพันธุ์ของตัวเองอยู่ในมือ
เมื่อเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อมาจากตลาดเก็บไว้ทำพันธุ์ต่ออีกไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย การเก็บเมล็ดพันธุ์กลายเป็นอาชญกรรมที่มีโทษต้องติดคุก และโดนปรับเป็นเงินจำนวนมาก
นี่คือการผูกขาดอาหารอย่างเป็นระบบ นี่คือการเปลี่ยนเกษตรกรให้เป็นทาสบนผืนนาของตัวเอง นี่คือระบบจักรวรรดินิยมยุคใหม่ที่สามารถถยึดครองชีวิตคนทุกคนที่กินอาหารให้ส่งเงินให้เขาทุกครั้งที่กินอาหาร
เมล็ดพันธุ์ไม่ควรถูกผูกขาด ไม่ควรให้ใครยึดครองเป็นสมบัติส่วนตัว เมล็ดพันธุ์คือมรดกชีวิต ที่ปู่ย่าตายายของพวกเราพัฒนา และส่งต่อมาไม่รู้กี่ชั่วโคตร มันคือสมบัติของทุกชีวิต เพราะเมล็ดพันธุ์คืออาหาร อาหารคือชีวิต ถ้าไม่มีเมล็ดพันธุ์เราจะไม่มีอาหาร ไม่มีอิสรภาพ ไม่มีความสุข ไม่มีความมั่นคง นี่คือเหตุผลหลักที่เราต้องเก็บเมล็ดพันธุ์
-
-
-